Easter egg จุดพลุฉลองปีใหม่ใน Apple Watch

ถ้าใครมีเจ้า Apple Watch ใช้งานอยู่ละก็คงพอสังเกตุเห็นอย่างแน่นอนเพราะเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมามี Easter Egg จุดพลุฉลองวันขึ้นปีใหม่เกิดขึ้นบนหน้าจอ

Apple Watch with Easter Egg (Happy New Year 2018)

ลูกเล่นนี้ Apple ตั้งใตใส่เข้ามาให้ดูมีสีสันในวันขึ้นปีใหม่โดยที่จะมี Easter egg โผล่ขึ้นมาบนหน้าจอคล้าย ๆ กับวันที่เป็นวันเกิดของเรา โดยเอฟเฟ็คก็เป็นการจุดพลุและมีลูกโป่งลองขึ้นมาบนหน้าจอเพื่อเพิ่มสีสันต้อนรับวันปีใหม่ที่มาถึง

ทางด้านนักพัฒนาแอบบอกว่าพวกเขาแอบใส่มันเข้ามาใน “watchOS 4” ซึ่งก็คือถ้าใครอัพเดทแล้วก็จะมีการส่งอนิเมชั่นแบบนี้และคำอวยพรมาให้เจ้าของ ซึ่งจะเกิดในวันพิเศษอย่างเช่นวันขึ้นปีใหม่และวันเกิดเป็นต้น ซึ่งถ้าบางคนพลาดลืมดูไปก็สามารถกดดูย้อนหลังได้ที่ Notification Center แล้วเลือกการแจ้งเตือนของวันขึ้นปีใหม่เท่านี้ก็สามารถเห็นกิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทาง Apple ใส่เข้ามาได้แล้ว

HYBRiX.20 โดรนตัวใหม่ที่บินได้นานกว่ากว่ารุ่นก่อน ๆที่เคยมีมา

ปัญหาใหญ่ของเหล่าสาวกเครื่องบินเล็กอย่างโดรนคือ การที่มันบินได้ไม่นานก็ต้องนำลงมาเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว แต่ในตอนนี้มีผู้พัฒนาโดรนตัวใหม่ที่สามารถบินได้นานถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว เรียกได้ว่าบินกันจนเมื่อยมือไปเลย

HYBRiX.20 ทุบสถิติบินนานสุด

ปกติทั่ว ๆ ไปของการใช้งานโดรนคือการบินต่อแบตหนึ่งครั้งคือราว ๆ 20-30 นาทีเห็นจะได้ ซึ่งทำให้มันเป็นปัญหาต่อการเล่นและการใช้งานในระยะยาว นักพัฒนาหลาย ๆ คนพยายามคิดค้นเพื่อให้มันบินได้นานมากยิ่งขึ้น และตอนนี้ก็มีคนพัฒนาเจ้าโดรนที่ชื่อ “HYBRiX.20” ที่มันทำสถิติโลกว่าบินได้นานที่สุดที่เคยมีโดรนมา

โดยตัวมันสามารถบินได้ถึง 4 ชั่วโมงติดต่อกัน และทุบสถิติเดิมที่เคยมีการบันทึกไว้คือ 2 ชั่วโมง 6 นาที 7 วินาที โดยนักพัฒนาได้เผยเคล็ดลับที่ทำให้มันสามารถบินได้นานขนาดนี้ก็คือ การใช้เทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าสลับกับพลังงานที่มาจากน้ำมัน เทคโนโลยีนี้ถูกใช้งานในรถยนต์มาแล้วในท้องตลาด

ซึ่งมันส่งผลให้การพัฒนาดูจะก้าวกระโดดไปมากในชั่วโมงการบินที่ยาวนานขึ้น เพราะคนบางกลุ่มใช้โดรนในการถ่ายทำ วีดีโอ หรือเกี่ยวกับเชิงเกษตรกรรมที่ใช้มันช่วยในการหว่านเมล็ดก็จะไม่ต้องเสียเวลาในการนำมันลงมาเปลี่ยนแบตบ่อย ๆ อีก

 

Yape หุ่นยนต์ส่งของที่ใช้ระบบสแกนใบหน้ามาปลดล็อค

ทุกวันนี้มีการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีไร้คนขับมากมาย และหนึ่งในนั้นคือหุ่นยนต์ส่งของที่ไม่มีคนขับ และใช้การปลดล็อคด้วยระแบบสแกนใบหน้าเพื่อรับสิ่งของภายใน และเจ้านี้คือ “Yape”

Yape Robot

เมื่อบริษัท E-Novia ของเมืองมิลานได้เริ่มทดสอบความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงของเจ้าหุ่นยนต์ส่งของสองล้อที่ชื่อ “YAPE” ที่ย่อมาจาก Your Autonomous Pony Express มันถูกสร้างให้คล้ายกับรถยนต์ไร้คนขับ และนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ นั่นคือใช้การติดตั้งกล้องรอบตัวและมีระบบเซ็นเซอร์ GPS แถมยังสื่อสารกับไฟจราจรได้อีกด้วยซึ่งทำให้มันสามารถเปลี่ยนเลนในการวิ่งไปได้อย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการทำงานภายในใช้เทคโนโลยี self-balances มันสามารถทำความเร็วได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปได้ไกลราว 80 กิโลเมตร และบรรทุกสิ่งของได้สูงสุด 70 กิโลกรัม การใช้งานมันก็ง่ายมาก ๆ เหมือนเราใช้งานพวกอูเบอร์ โดยเรียกมันผ่านแอปเพื่อให้หุ่นยนต์มารับสิ่งของและระบุปลายทางที่ต้องการให้มันไปส่ง หลังจากนั้นมันจะเดินทางเองด้วยระบบไร้คนขับ เมื่อไปถึงที่หมายผู้รับต้องสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคและหยิบสิ่งของออกมา

แต่มันยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและทดสอบในความเป็นไปได้หลาย ๆ แง่มุม แต่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้อนาคตเราส่งของกันง่ายขึ้นและปลอดภัยหวังว่าอนาคตเราคงได้ใช้เข้านี่จริง ๆ

 

Credit : DT

Haiyu เป็น Gadget ที่จะช่วยเราแปลภาษาจีนได้อย่างสะดวก

หลายคนต้องเคยประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องภาษาที่ใช้ในการสื่อสารเมื่อเราอยู่ต่างแดนและไม่สามารถพูดภาษานั้นได้ อย่างเช่น Gadget ตัวนี้จะมาช่วยให้เราสื่อสารกับคนที่ใช่ภาษาจีนได้ง่ายขึ้น

Haiyu Translator

ในปัจจุบันมี Gadget แนวนี้ออกมาหลายตัวและนี้คือหนึ่งในนั้น เจ้าตัวนี้ชื่อว่า “Haiyu” เป็น Translator ที่ใช้สำหรับภาษาจีนโดยเฉพาะ เพราะมันสามารถแปลและรองรับได้ 3 ภาษา นั่นคือ ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีนกลาง (Mandarin) และภาษาจีนกวางตุ้ง (Cantonese) โดยที่สามารถแปลได้แบบ Real-time ไป ๆ มา ๆ และยังมีความแม่นยำในการแปลที่ถูกต้องถึง 98% เลยทีเดียวถือว่าสุดยอดจริง ๆ

ในส่วนประกอบตัวเครื่องใช้เป็น machine learning ซึ่งเข้ามาช่วยในการแปลภาษาได้แม่นยำและถูกต้องซึ่งครอบคลุมในการแปลที่ซับซ้อนได้ดี การทำงานใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทางบลูทูธแถมยังมีการอัพเดทความสามารถของตัวมันเองได้อีกด้วย ความพิเศษมันยังไม่หมดเท่านี้ เพราะมันยังสามารถใช้เป็น “Hand free” ที่สามารถรับสายที่โทรเข้ามาได้อีกด้วย และตัวมันเองยังสามารถเปลี่ยนเป็นลำโพงแบบไร้สายได้อีกด้วย และยังเป็นไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้งานผ่านการเชื่อมต่อแบบบลูทูธ ในส่วนของราคาจะอยู่ที่ราว ๆ $99 เท่านั้น ใครสนใจก็หาซื้อมาลองกันได้

Credit : redferret

เทคโนโลยีชาร์จไร้สายได้ด้วย WattUp

การชาร์จแบตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มักจำเป็นต้องมีสายด้วย แต่ในยุคนี้ที่มีแท่นชาร์จไร้สายเข้ามาก็เริ่มทำให้การชาร์จแบตเปลี่ยนแปลงไป และวันนี้มี Gadget ใหม่ที่สามารถทำให้อุปกรณ์ของเราชาร์จได้แบบไร้สายจริง ๆ โดยไม่ต้องวางไว้ที่แท่นชาร์จด้วย

WattUp ชาร์จไร้สาย

หลาย ๆ ค่ายสมาร์ทโฟนก็แข่งกันนำเสนอเทคโนโลยีชาร์จไรสายโดยเปลี่ยนไปชาร์จบนแท่นที่จำเป็นต้องนำสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่จะชาร์จไปวางไว้ แต่จำเป็นต้องวางให้ติดกันถึงจะชาร์จได้ แต่วันนี้ FCC หรือกสทช.ของอเมริกา ได้มีการนำเสนอและอนุมัติชการชาร์จไร้สายอย่างแท้จริง โดยต้องอยู่ในระยะ 3 ฟุต

เจ้าแท่นชาร์จนี้มีชื่อว่า “WattUp” มันเกิดมาจากผลงานของกลุ่มสตาร์ทอัพที่ใช้ชื่อว่า “Energous” ซึ่งการทำงานก็ไม่ได้ซับซ่อนมากนักเป็นการเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้กลายเป็นคลื่นวิ่ทยุแล้วส่งต่อไปยังตัวรับที่ติดอยู่กับอุปกรณ์ที่เราจะชาร์จแบตเตรอรี่ จากนั้นตัวรับก็เปลี่ยนคลื่นวิทยุกลับมาเป็นกระแสไฟฟ้า การรองรับก็สามารถชาร์จได้ตั้งแต่ มือถือ, แท็ปเล็ต, หูฟัง, คีย์บอร์ด เป็นต้น ทางด้านผู้ผลิตมีแผนว่าจะนำไปโชว์ในงานใหญ่อย่าง CES 2018 ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ยังไงอนาคตการชาร์จแบบไร้สายคงจะเข้ามาแทนที่แบบมีสายอย่างแน่นอน

 

Credit : engadget

เครื่องมือที่จะทำให้เรารู้สึกการติดเชื่อในแผลด้วย MolecuLight

การเกิดแผลต่าง ๆ ตามร่างกายเรามักเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ และบางทีเราก็ไม่ได้ไปหาหมอแต่อย่างใด แต่เป็นการทายารักษาเอง แต่ใครจะไปรู้ว่าแผลนั้นจะติดเชื้อหรือไม่ เพื่อให้ดีต่อการรักษาจึงมีคนคิดค้นเจ้า “MolecuLight” ที่จะทำให้เช็คอาการติดเชื้อในแผลได้ง่ายยิ่งขึ้น

MolecuLight

การที่แผลติดเชื้อนั้นทำให้การรักษายิ่งใช้เวลานานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยให้ทราบถึงอาการติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว มันเหมาะกับให้แพทย์ใช้งานและยังเป็นอุปกรณ์พกพาง่าย ซึ่งเราสามารถซื้อติดบ้านไว้ได้เช่นกัน การใช้งานนั่นก็ง่ายมาก เพียงแค่ใช้เครื่องนี้ถ่ายภาพของบาดแผลเราในที่แสงไฟแกติและอีกถ่ายอีกครั้งโดยการปิดไฟและใช้แสงสีม่วงของเครื่อง โดยที่แสงสีม่วงนี้จะทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียและทำให้เกิดการเรืองแสงขึ้นในความมืด

อุปกรณ์จะทำการเก็บข้อมูลของบาดแผล เช่น ขนาด ตำแหน่งของแลคทีเรียที่อยู่ภายในและรอบ ๆ แผลเพื่อใช้ในการรักษาซึ่งข้อมูลพวกนี้จะทำให้แพทย์สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดและมีโอกาสหายเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 9 เท่า และยังส่งผลให้ค่ารักษาบาดแผลลดลงมากกว่า 80% เจ้าอุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับงานภาคสนามเป็นอย่างมากเพราะอุปกรณ์ชิ้นเล็ก พกพาง่าย และ

Credit : trendhunter