Selfly โดรนหลังเคสสุดเท่ ช่วยถ่ายเซลฟี่ได้ง่ายขึ้น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยไปเที่ยวคนเดียวโดยที่พออยากะถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองก็ดูลำบากเพราะติดแขนบ้าง ได้ระยะมุมกล้องที่ไม่กว้างบ้าง ทำให้เป็นปัญหาขัดใจบางทีก็ขี้เกียจจะพกไม้ Selfie ไปด้วย แต่ปัญหานี้จะหมดไปถ้าลองใช้ Selfly เป็นโดรนที่ติดอยู่ด้านหลังเคสมือถือ เพื่อใช้สำหรับถ่ายภาพ

Selfly โดรนถ่าย Selfie

ตัวโดรนมีขนาดที่เล็กพอที่จะพับเก็บอยู่ด้านหลังเคสมือถือได้เลย โดยที่ตัวกล้องมีขนาดการถ่ายภาพแบบ Full HD เลยทีเดียว และวีดีโอที่ 60fps ส่วนตัวเคสนั้นจะมีความหนาประมาณครึ่งนิ้วและหน้าตาก็คล้ายๆกับเคส Otterbox มีทั้งแบบ iPhone และเหล่า Android

ในส่วนของการควบคุมเจ้าโดรนจิ๋วนี้ใช้การควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน สามารถควบคุมได้ไกลสูงสุด ประมาณ 14 เมตร ส่วนในเรื่องของราคานั้นอยู่ที่ราวๆ 4,200 บาท และอุปกรณ์เสริมอีก

มิติใหม่แห่ง Taxi บินได้ด้วย Volocopter จะเริ่มในอีก 5 ปีข้างหน้า

นวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับที่เรามักจะเห็นเริ่มมีการทดสอบอย่างมากในช่วงนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าทางรถยนต์ แต่คราวนี้มาถึงคิว คอมเตอร์เครื่องเล็กอย่าง Volocopter ที่จะมีแผนรับส่งคนเหมือน Taxi แต่เป็นบนฟ้าแทน

Volocopter Taxi

ก่อนหน้านี้ค่าย Volocopter ได้เปิดตัวเทคโนโลยี Taxi ไร้คนขับไปแล้ว โดยที่ผู้โดยสารเข้าไปนั่งและเรียกใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นเหมือน Uber ไม่มีผิด แต่คราวนี้จะก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำเครื่องบินขนาดเล็กมารับส่งคนบนและเดินทางบนฟ้าแทนถนน

ซึ่งพวกเขาได้ทำการทดสอบในเยอรมันแถมยังทดสอบระบบไร้คนขับในดูไบอีกด้วย และระบบนี้ใช้เป็น avoidance system มันเป็นของค่ายยักใหญ่อย่าง Intel สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางและหลบหลีกเองได้ ตัวเครื่องใช้มอเตอร์เพื่อจ่ายไฟฟ้ามากถึง 18 ตัว และแบตเตอรี่อีก 9 ลูก ซึ่งเป็นการนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน ในส่วนของการใช้งานนั้น สามารถบินได้ราวครึ่งชั่วโมง แต่มันก็เพียงพอต่อการบินรับ-ส่งคนภายในเมืองที่ไม่ใหญ่นัก และการเปลี่ยนแบตใหม่ก็ใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น มีการคาดการว่าอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีการให้บริการรับส่งคนโดยมีคนขับก่อน แต่ส่วนของที่ใช้เทคโนโลยีไร้คนขับคงต้องรอไปอีกราวๆ 5 ปีเห็นจะได้เพื่อให้การทดสอบทุกอย่างออกมาไม่มีข้อผิดพลาดและมีความปลอดภัยที่ดีที่สุดก่อน ถึงจะนำออกมาเปิดให้ใช้บริการ

ถือว่าเป็นความก้าวหน้าของการขนส่งผู้โดยสารที่จะทำให้เรามีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในอนาคตแน่นอน มารอดูกันว่าอีกหน่อยเราจะได้นั่ง เครื่องบินเล็กเหมือน Taxi หรือไม่

LG จับ Google Assistant มาใส่ไว้ในสมาร์ททีวี เตรียมเปิดตัวในงาน CES 2018

LG ยักใหญ่แห่งวงการทีวีเตรียมเปิดตัวสมาร์ททีวีที่ถูกพัฒนาใหม่และนำ Google Assistant มาอยู่ในเครื่องเพื่อช่วยให้ทีวีมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

LG Smart TV with Google Assistant

ล่าสุด LG ออกมาเกรินมายั่วเหล่าผู้คลั้งไคล้สมาร์ททีวีด้วยการที่ว่าจะเปิดตัว TV จอ OLED ตัวใหม่ล่าสุดที่นำเอา Google Assistant มาทำให้ทีวีฉลาดมากยิ่งขึ้น พร้อมกับหน้าจอ 8K ขนาดใหญ่กว่า 88 นิ้วเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าทีวีนี้จะใช้ระบบปฏิบัติการอย่าง “webOS” ในการทำงานของมันนั้นก็สามารถรับคำสั่งด้วยเสียงได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่จะฉลาดยิ่งขึ้นด้วย Google Assistant แน่นอน LG เชื่ออย่างนั้น

ด้วยความที่ว่าใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ThinQ” จะเป็นการนำเอา AI หรือปัญญาประดิษฐ์แนบเข้าไปในนั้นด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกยุคเทคโนโลยีที่บ้านหลาย ๆ หลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฮมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ ทีวี ประตู เป็นต้น ซึ่งทาง LG พยายามทำให้เจ้า ThingQ เข้ามาเป็นเหมือน Hub ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์หลายๆอย่างในบ้านได้ด้วย แถม LG ยังเปิดตัวส่วนของ image processor และให้ชื่อว่า “Alpha 9” ซึ่งจะมีบทบาทในการลด noise ให้ภาพบนจอทีวีมีความสวยงามสดใส ด้วยระดับเฟรมเรท 120 fps เลยทีเดียว ถือว่าเป็นก้าวต่อไปของสมาร์ททีวีอย่างแท้จริง

Wireless Android Auto นวัตกรรมเครื่องเสียงรถยนต์ของ “JVC” จะถูกเปิดโชว์ในงาน CES 2018

เมื่อปีที่แล้วบางคนคงได้ยินข่าวเรื่องที่ Google เปิดตัวแนวคิด “Wireless Android Auto” ไปแล้วแต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้เสียงตอบรับที่ดีซักเท่าไหร่ เนื่องด้วยยังเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อรถยนต์ แต่มาปีนี้ JVC เอาด้วยคนเตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ในงาน CES 2018 ที่จะมาถึงในอันใกล้นี้

JVC with Wireless Android Auto

โดยปกติทั่วๆไปแล้วนั้นการที่เราจะใช้งานสมาร์ทโฟนกับรถยนต์จำเป็นต้องใช้สายที่รองรับเพื่อเสียบใช้งาน แต่ Google พยายามผลักดันเทคโนโลยี Wireless Android Auto เพื่อให้สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ Android สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ ซึ่งทาง Google เองก็เปิดตัวเทคโนโลยีนี้ไปแล้วเมื่อปีที่แล้วนี้เอง และอุปกรณ์ที่รองรับเบื้องต้นคือ Android Auto, Apple CarPlay ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 720p ความสามารถก็คือสามารถ รับสาย โทรออก ส่งข้อความ โดยที่เราไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ให้เสียสมาธิในการขับรถเลย ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่

มีการคาดการณ์กันถึงราคาของเจ้าเครื่องเสียง Alpine นี้ว่าอาจอยู่ในช่วงราคาที่ 600-700 ดอลล่าร์เลยทีเดียว สาเหตุที่ยังดูแพงก็อาจเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่และแทบจะเป็นเครื่องเสียงเดียวที่รองรับสัญญาณไร้สายของ Apple CarPlay แต่ก็เชื่อว่าอนาคตถ้ามีการพัฒนาและการผลิต การแข่งขันมากขึ้นในตลาดนี้ ราคาคงจะลดลงอย่างแน่นอน ถือเป็นนวัตรกรรมใหม่ ๆ ที่จะทำให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับรถยนต์ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีชาร์จไร้สายได้ด้วย WattUp

การชาร์จแบตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มักจำเป็นต้องมีสายด้วย แต่ในยุคนี้ที่มีแท่นชาร์จไร้สายเข้ามาก็เริ่มทำให้การชาร์จแบตเปลี่ยนแปลงไป และวันนี้มี Gadget ใหม่ที่สามารถทำให้อุปกรณ์ของเราชาร์จได้แบบไร้สายจริง ๆ โดยไม่ต้องวางไว้ที่แท่นชาร์จด้วย

WattUp ชาร์จไร้สาย

หลาย ๆ ค่ายสมาร์ทโฟนก็แข่งกันนำเสนอเทคโนโลยีชาร์จไรสายโดยเปลี่ยนไปชาร์จบนแท่นที่จำเป็นต้องนำสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ที่จะชาร์จไปวางไว้ แต่จำเป็นต้องวางให้ติดกันถึงจะชาร์จได้ แต่วันนี้ FCC หรือกสทช.ของอเมริกา ได้มีการนำเสนอและอนุมัติชการชาร์จไร้สายอย่างแท้จริง โดยต้องอยู่ในระยะ 3 ฟุต

เจ้าแท่นชาร์จนี้มีชื่อว่า “WattUp” มันเกิดมาจากผลงานของกลุ่มสตาร์ทอัพที่ใช้ชื่อว่า “Energous” ซึ่งการทำงานก็ไม่ได้ซับซ่อนมากนักเป็นการเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้กลายเป็นคลื่นวิ่ทยุแล้วส่งต่อไปยังตัวรับที่ติดอยู่กับอุปกรณ์ที่เราจะชาร์จแบตเตรอรี่ จากนั้นตัวรับก็เปลี่ยนคลื่นวิทยุกลับมาเป็นกระแสไฟฟ้า การรองรับก็สามารถชาร์จได้ตั้งแต่ มือถือ, แท็ปเล็ต, หูฟัง, คีย์บอร์ด เป็นต้น ทางด้านผู้ผลิตมีแผนว่าจะนำไปโชว์ในงานใหญ่อย่าง CES 2018 ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ยังไงอนาคตการชาร์จแบบไร้สายคงจะเข้ามาแทนที่แบบมีสายอย่างแน่นอน

 

Credit : engadget