กระเป๋าเดินทางอัจฉริยะ เดินตามแถมจดจำใบหน้าเจ้าของได้อีก

เชื่อว่าเวลาเดินทางบางคนคงเบื่อกับการต้องลากหรือแบกกระเป๋าเดินทางหนักๆ แต่จะไม่มีปัญหาพวกนี้กับเจ้ากระเป๋าเดินทางอัจฉริยะอย่าง ForwardX CX-1 ซึ่งมันเป็นกระเป๋าเดินทางสัญชาติจีนที่มาเปิดตัวในงาน CES 2018

หนึ่งในความสามารถของมันคือเดินตามเจ้าของโดยที่เราต้องเดินแบบปกติ ไม่เร็วจนเกินไปเพราะไม่งั้นมันจะตามเราไม่ทัน ซึ่งมันใช้เทคโนโลยีไร้คนขับ ฉนั้นมันจะมีเซ็นเซอร์และกล้องรอบๆตัวเองเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่อยู่ใกล้ๆ มันทำความเร็วได้ประมาณ 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง และด้านหน้ามีกล้องกว้างราว 170 องศาเพื่อจดจำใบหน้าของเจ้าของ และรับคำสั่งเบื้องต้นเช่นเรียกให้มาใกล้ๆเป็นต้น

แต่ในความไม่สมบูรณ์ก็ยังมีอยู่เพราะในความเป็นจริงสถานที่เหล่านั้นอาจมีคนเยอะจนมันไม่สามารถติดตามเจ้าของได้ แต่ทางผู้พัฒนาก็พยายามแก้ไขเบื้องต้นโดยการให้เจ้าของใส่สายรัดข้อมือที่เชื่อมต่อกับกระเป๋า ถ้ากระเป๋าถูกขโมยหรือหาย มันจะแจ้งพิกัดมายังเจ้าของเพื่อเป็นการเตือน คาดว่ากระเป๋าอาจถูกวางขายในกลางปีนี้คงต้องรอดูว่าการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร

Yape หุ่นยนต์ส่งของที่ใช้ระบบสแกนใบหน้ามาปลดล็อค

ทุกวันนี้มีการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีไร้คนขับมากมาย และหนึ่งในนั้นคือหุ่นยนต์ส่งของที่ไม่มีคนขับ และใช้การปลดล็อคด้วยระแบบสแกนใบหน้าเพื่อรับสิ่งของภายใน และเจ้านี้คือ “Yape”

Yape Robot

เมื่อบริษัท E-Novia ของเมืองมิลานได้เริ่มทดสอบความเป็นไปได้ในการใช้งานจริงของเจ้าหุ่นยนต์ส่งของสองล้อที่ชื่อ “YAPE” ที่ย่อมาจาก Your Autonomous Pony Express มันถูกสร้างให้คล้ายกับรถยนต์ไร้คนขับ และนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ นั่นคือใช้การติดตั้งกล้องรอบตัวและมีระบบเซ็นเซอร์ GPS แถมยังสื่อสารกับไฟจราจรได้อีกด้วยซึ่งทำให้มันสามารถเปลี่ยนเลนในการวิ่งไปได้อย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการทำงานภายในใช้เทคโนโลยี self-balances มันสามารถทำความเร็วได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไปได้ไกลราว 80 กิโลเมตร และบรรทุกสิ่งของได้สูงสุด 70 กิโลกรัม การใช้งานมันก็ง่ายมาก ๆ เหมือนเราใช้งานพวกอูเบอร์ โดยเรียกมันผ่านแอปเพื่อให้หุ่นยนต์มารับสิ่งของและระบุปลายทางที่ต้องการให้มันไปส่ง หลังจากนั้นมันจะเดินทางเองด้วยระบบไร้คนขับ เมื่อไปถึงที่หมายผู้รับต้องสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคและหยิบสิ่งของออกมา

แต่มันยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและทดสอบในความเป็นไปได้หลาย ๆ แง่มุม แต่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้อนาคตเราส่งของกันง่ายขึ้นและปลอดภัยหวังว่าอนาคตเราคงได้ใช้เข้านี่จริง ๆ

 

Credit : DT

เทคโนโลยี “Facial Recognition” จะถูกนำมาใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยในงาน Tokyo Olympics

การเตรียมงาน Tokyo Olympics ที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 มีการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ และหนึ่งในนั้นคือการที่ญี่ปุ่นกำลังจะใช้เทคโนโลยี “Facial recognition” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยภายในงานให้มากยิ่งขึ้น

Facial recognition in Tokyo Olympics 2020

การที่ญี่ปุ่นหยิบเทคโนโลยีนี้มาใช้ก็เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในงานให้มากยิ่งขึ้นเพราะอาจมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยในด้านความรวดเร็วในการเข้างานแทนที่จะใช้บัตร แต่ใช้เป็นการสแกนใบหน้าทำให้ผู้คนเข้าสู่สนามกีฬาได้ไวยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีนี้ญี่ปุ่นจะไม่ได้ใช้กับคนทั่วในที่เข้ามาชมการแข่งขันกีฬา แต่จะใช้กับเหล่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายอาทิเช่น คณะผู้จัดงาน, กรรมการ,นักกีฬาและนักข่าว คนกลุ่มนี้จะได้รับบัตรที่สแกนใบหน้าพร้อมพิมพ์ลงบนบัตร และเมื่อคนกลุ่มนี้มาถึงสนามแข่งก็จะถูกสแกนโดนเครื่องที่ใช้เทคโนโลยี Facial Recognition เพื่อตรวจสอบว่าได้ว่าตรงกับที่ลงทะเบียนไว้หรือไม่

ที่จริงแล้วทางการญี่ปุ่นได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ที่สนามบินฮาเนดะแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ แต่เปิดใช้งานเฉพาะกับประชนชนชาวญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งเจ้าเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนามาจากบริษัทที่ชื่อ NEC Corp. ซึ่งถูกยกย่องว่าเชียวชาญเทคโนโลยีนี้มากและมีความแม่นยำสูง ตรวจจับได้แม้จะแต่งหน้า หรือทำศัลยกรรมมาแล้ว รวมไปถึงแยกแยะคนที่เป็นฝาแฝดได้อีกด้วย ถือว่าเทคโนโลโนยีนี้จะเข้ามาช่วยให้งานใน Tokyo Olympics ที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 นี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

 

Credit : Japantime